ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : สวีเดน

ตามหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก สวีเดน
ถือเป็นหนึ่งในชาติที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันขึ้นเมื่อปี 1930
เพราะแม้พวกเขาจะไม่เคยไปถึงแชมป์
แต่ผลงานการคว้ารองแชมป์ 1 ครั้ง, อันดับสาม 2 ครั้ง และอันดับสี่
1 ครั้ง ก็สามารถบ่งบอกเรื่องราวของทัพ “ไวกิ้ง” ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การคว้าอันดับ 3
ในศึกใหญ่ที่สหรัฐอเมริกา ดูเหมือนฟุตบอลโลกกับ สวีเดน
จะเริ่มเป็นเส้นขนานมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะนับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 2010
ที่พวกเขาไม่ได้มีส่วนข้องเกี่ยวกับเวทีอันยิ่งใหญ่นี้อีกเลย
กระทั่งการมาของกุนซือโนเนมอย่าง ยานเน่ แอนเดอร์สสัน
พลพรรค “ไวกิ้ง”
ที่ไร้เงาสตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง ซลาตัน
อิบราฮิโมวิช กลับสร้างเซอร์ไพรส์ เขี่ยยักษ์ใหญ่อย่าง ฮอลแลนด์
และ อิตาลี เข้าไปลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ได้สำเร็จ
ก่อนจะถึงรัสเซีย
ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป พลพรรค
“ไวกิ้ง” ถูกจับสลากไปอยู่ร่วมกลุ่ม เอ กับ ฝรั่งเศส, ฮอลแลนด์,
บัลแกเรีย, ลักเซมเบิร์ก และ เบลารุส ซึ่งถือว่าหนักเอาเรื่อง
แต่สุดท้าย สวีเดน ก็เบียด ฮอลแลนด์ เข้ารอบในฐานะอันดับ 2
ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พวกเขาเข้ารอบในฐานะอันดับ 2
ของกลุ่ม เอ ทำให้ต้องไปเตะเพลย์ออฟกับ อิตาลี อันดับ 2
ของกลุ่ม จี เพื่อลุ้นตั๋วไปลุยรอบสุดท้าย ที่รัสเซีย และเป็น ยาค็อบ
โยฮันส์สัน ที่พังประตูชัยให้ทีมเอาชนะไปหวุดหวิด 1-0
ในเลกแรก ที่โซลน่า
เกมเลกสอง ที่มิลาน ขุนพลอิตาลี ดาหน้าบุกเข้าใส่ สวีเดน
ตลอดทั้งเกม แต่สุดท้ายไม่อาจพังประตูได้สำเร็จ ครบ 90 นาที

พลพรรค “ไวกิ้ง” บุกมายันเสมอ 0-0 ตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก
รอบสุดท้าย ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี
บทสรุปที่รัสเซีย
ศึกฟุตบอลโลก 2018 สวีเดน จับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม เอฟ
กับ เยอรมัน, เม็กซิโก และ เกาหลีใต้
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านเข้ารอบ
เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของพวกเขาที่ไร้ซึ่งดาวดังภายในทีม
ยกเว้น เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ที่กำลังเนื้อหอมรายเดียว
อย่างไรก็ตาม พลพรรค “ไวกิ้ง” ทำผลงานได้ดีเกินคาด
เมื่อเปิดฉากด้วยชัยชนะเหนือ เกาหลีใต้ 1-0 แม้จะพ่ายแพ้
เยอรมัน ในเกมที่สองด้วยสกอร์ 1-2 แต่ชัยชนะในเกมสุดท้ายกับ
เม็กซิโก ด้วยสกอร์ 3-0
ดีพอให้พวกเขาผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม
แถมลูกทีมของ ยานเน่ แอนเดอร์สสัน ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
เมื่อได้ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก พังประตูชัย 1-0 เขี่ย สวิตเซอร์แลนด์
ร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายสุดท้าย
น่าเสียดายที่พวกเขามาไกลแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายให้
อังกฤษ ด้วยสกอร์ 0-2
อนาคตต่อจากนี้
ผลงานการเข้ารอบควอเตอร์ไฟนอล ทำให้ ยานเน่
แอนเดอร์สัน ได้รับโอกาสกุมบังเหียนต่อไป
พร้อมด้วยขุมกำลังพลังหนุ่มที่เขาสร้างขึ้นมาเองกับมือ
โดยมีภารกิจสำคัญในการนำพลพรรค “ไวกิ้ง” ลงทำศึกยูฟ่า
เนชั่นส์ ลีก
อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านบททดสอบในฟุตบอลโลก 2018 มา
แต่ขุมกำลังชุดนี้ของ “ไวกิ้ง” ก็ยังตกอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม
โดยเฉพาะแนวรุกที่ โอล่า ตอยโวเน่น โบกมือลาทีมชาติ ขณะที่
มาร์คุส เบิร์ก กับ จอห์น กุยเด็ตติ ยังแบกทีมไม่ได้
ตัดเกรด : ประสบความสำเร็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *